การจัดหน่วยงานรับผิดชอบในการช่วยเหลือภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว

ในแต่ละปีจะมีแผ่นดินไหวที่สามารถรู้สึกหรือสังเกตได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือวัดประมาณ 50,000 ครั้ง แต่จะมีการสั่นสะเทือนรุนแรงที่ทำให้เกิดความเสียหายปีละครั้ง ทำให้บ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรมพังทลาย ระบบสาธารณูปโภค การคมนาคม ชำรุดเสียหาย ทำให้เกิดผู้คนบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก โดยมีสาเหตุมาจากพลังงานที่สะสมอยู่ในเปลือกโลกซึ่งสามารถที่จะดัน ดึง ผลัก หรือกระทำต่อหินชั้นแข็งภายในโลก ทำให้เกิดแนวแตกร้าวขึ้น ซึ่งแนวแตกร้าวนี้จะมีการเคลื่อนตัว ขยับตัว หรือปรับตัว เสียดสีกันตลอดเวลา ทำให้ปล่อยพลังงานออกมา สามารถทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้

ภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่รุนแรงนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงในพื้นที่บางส่วนของประเทศไทย เช่น บริเวณภาคเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีแนวรอยเลื่อนที่อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดกลาง อันเป็นแผ่นดินไหวที่มีศักยภาพในการทำลายสูงในบริเวณใกล้เคียง และบริเวณภาคใต้ที่มีแนวรอยเลื่อนที่จัดเป็นบริเวณเฝ้าระวังแผ่นดินไหว นอกจากนั้นกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ระยะไกลได้ เนื่องด้วยสภาพดินใต้กรุงเทพมหานครเป็นดินอ่อนและใต้ลงไปเป็นชั้นของดินแข็ง ซึ่งมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงสภาพดินในลักษณะนี้สามารถขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้หลายเท่าตัว จึงอาจเกิดผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในระยะไกลได้

การพัฒนาเป็นมาตรการเพื่อการป้องกันภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น

เนื่องจากแผ่นดินไหว ได้แก่ การปรับปรุงกฎกระทรวงเพื่อการออกแบบอาคารต้านทานแรงเนื่องจากแผ่นดินไหว และการพัฒนามาตรฐานสำหรับการออกแบบอาคารในปี เป็นต้น งานวิจัยบางส่วนได้เผยแพร่ในวงการวิชาการและส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ได้เผยแพร่ต่อกลุ่มผู้ที่คาดว่าจะใช้ประโยชน์อย่างสมบูรณ์และทั่วถึง ทั้งนี้เนื่องจากองค์ความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวในประเทศไทยยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับนักวิจัย วิศวกร และผู้เกี่ยวข้องทั่วไป ทำให้การนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปใช้ยังไม่สมบูรณ์ และมีความจำเป็นในหลายเรื่องที่ต้องพัฒนาความรู้ด้านความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวของประเทศเพิ่มเติม

การลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว

1. ควรจัดทำแผนป้องกันอันตรายจากแผ่นดินไหว ซึ่งระบุวิธีการดำเนินการต่างๆในการป้องกัน การช่วยเหลือผู้ประสบภัย การให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากแผ่นดินไหว รวมทั้งมีการประเมินผล การดำเนินงาน
2. ควรกำหนดมาตรการทางกฎหมาย ควบคุมการก่อสร้างอาคารต่างๆ
3. ควรจัดทำประกันชีวิตและประกันวินาศภัยให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่อาจเกิดแผ่นดินไหว
4. ควรจัดตั้งสถานีตรวจแผ่นดินไหวขึ้นตามบริเวณต่างๆให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
5. ควรจัดหน่วยงานรับผิดชอบในการช่วยเหลือและประสานการปฏิบัติงาน

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off

การวางแผนเพื่อรับมือและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ

หลายครั้งที่ภัยธรรมชาติได้เกิดขึ้นโดยที่ไม่สามารถคาดหมายได้ล่วงหน้า ดังนั้นการเตรียมการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวจึงนับได้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น อย่างไรก็ตามแม้จะมีการป้องกันไว้ล่วงหน้าก็ไม่สามารถระงับเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นได้ในทุกกรณีไป การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ประสบภัยจึงเป็นผลที่ตามมาอย่างไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งในการให้ความช่วยเหลือนี้ครอบคลุมในหลายๆด้านด้วยกัน ทั้งด้านการรักษาพยาบาลแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การค้นหาและประกอบพิธีกรรมทางศาสนากรณีมีผู้เสียชีวิต การจัดหาสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพ ซึ่งเป็นการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าในระดับหนึ่ง และยังต้องมีการแก้ไขปัญหาอื่นๆที่ตามมา

การให้ความรู้แก่ประชาชน

การเตรียมพร้อมเพื่อหนีภัย หาสาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติแล้วป้องกันนั้น ส่งผลให้เกิดการสูญเสียทั้งสินทรัพย์และชีวิตของผู้คนน้อยลง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติอย่างทันท่วงที เพื่อลดไม่ให้เกิดการสูญเสียในด้านต่างๆโดยเฉพาะทรัพยากรมนุษย์ และเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวจึงมีการรณรงค์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับภัยธรรมชาติแก่สาธารณชน และร่วมกับองค์กรอื่นๆ และชุมชนในการซักซ้อมเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ และค้นคว้าสาเหตุเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติในรูปแบบอื่นๆในอนาคต

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการจัดหาพัสดุเพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น เครื่องมือในการค้นหาผู้ประสบภัย เครื่องมือทางการแพทย์ รวมทั้งอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย เป็นต้น ในระเบียบฉบับนี้กำหนดให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหา เจรจาต่อรองและตกลงราคากับผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงในราคาซึ่งไม่สูงกว่าราคาตลาดของท้องที่ในช่วงเวลาที่ภัยพิบัติเกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อพิจารณาอนุมัติและออกใบสั่งซื้อหรือใบสั่งจ้างต่อไป

ในภาวะปกติรัฐต้องเตรียมป้องกันภัยต่างๆ

ด้วยการจัดเตรียมการให้พร้อมที่จะเผชิญกับภัยทุกรูปแบบเมื่อเกิดภัยขึ้นหรือใกล้จะเกิด ไม่ว่าภัยแบบใดแบบหนึ่งหรือเกิดหลายแบบพร้อมๆกัน หน่วยงานของรัฐจะต้องเข้าอำนวยการปฏิบัติในการป้องกัน บรรเทา และฟื้นฟูบูรณะอย่างมีเอกภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ภัยพิบัติมักก่อให้เกิดความเสียหายและผลกระทบในด้านต่างๆอย่างมาก ซึ่งถือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น การจัดทำหรือการปรับปรุงแผนป้องกันภัยจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งทั้งนี้เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้สามารถปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีระบบ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด

Posted in คืนความสุข | Tagged | Comments Off

ร่วมมือกับองค์กรช่วยเหลือภัยพิบัติ โดยไม่หวังผลกำไร

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา ของประชาชนในท้องถิ่นที่มีความเสี่ยงต่อสาธารณภัยรูปแบบต่างๆ จึงได้มีความพยายามจากภาครัฐ ทั้งรัฐบาลส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ร่วมกับหน่วยงาน องค์กร และเครือข่ายต่างๆ จากทุกภาคส่วน ในการเตรียมพร้อมป้องกัน และหาแนวทางในการลดผลกระทบที่จะเกิดจากภัยชนิดต่างๆ หากแต่การพยายามทำความเข้าใจ เรียนรู้ และประยุกต์ใช้วิธีการต่างๆ ทั้งศาสตร์เชิงโครงสร้างที่ก้าวหน้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้น ไม่ได้หมายความว่าภัยดังกล่าวนั้นจะหายไปผู้คนยังคงต้องเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้า รับมือ และจัดการกับภาวะอันไม่พึงประสงค์ดังกล่าว ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินน้อยที่สุด รวมทั้งสามารถที่จะกลับฟื้นคืนสู่ภาวะการใช้ชีวิตที่ปรกติในเร็ววัน

ความสามารถของชุมชนในการตอบสนองต่อภัยพิบัตินั้นถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการดำเนินการต่อการเตรียมพร้อมรับมือและฟื้นฟู เพราะแท้ที่จริงแล้วบุคคลกลุ่มแรกที่จะต้องรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนั้น คือ ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ที่เกิดภัยนั่นเองซึ่งเป็นผู้ที่รู้จักพื้นที่และสภาพแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจ และประชากรดีที่สุด อันเป็นส่วนสำคัญในการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น การเรียนรู้เบื้องต้นต่อภัยต่างๆ บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลักปฏิบัติในการรับมือต่อสถานการณ์ภัย และแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถในการตอบสนองต่อภัยพิบัติจะเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมพร้อม และพัฒนาศักยภาพของท้องถิ่นในองค์รวม

Posted in คืนความสุข | Tagged | Comments Off

องค์กรช่วยเหลือภัยพิบัติ โดยไม่หวังผลกำไรคือเพื่อนแท้ยามยาก

“เพื่อนแท้คือเพื่อนที่มาในยามยาก” คำกล่าวนี้เป็นจริงเสมอ โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติภัยพิบัติ หายนภัย ที่มนุษย์ประสบอยู่บ่อยครั้งไม่ว่าต่างประเทศหรือในบ้านเราเอง

เราได้เห็นภาพการช่วยเหลือกันระหว่างคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มุ่งตรงไปยังพื้นที่ประสบภัยให้เร็วที่สุด…เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ

การช่วยส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์…ช่วยชีวิตในนาทีวิกฤติ และอีกนานาสารพัดวิธีที่คนเราจะช่วยกันได้ สิ่งเหล่านี้ถูกเรียกว่าพลังจาก “อาสาสมัคร” หรือในระยะหลังมานี้เรียกว่าพลังแห่ง “จิตอาสา”

แต่ไม่ว่าจะเรียกเขาและเธอเหล่านั้นด้วยนามใด สิ่งหนึ่งที่ไม่แตกต่างกันก็คือ บุคคลเหล่านั้นได้เข้ามาในยามคับขัน พร้อมด้วยความปรารถนาดีที่มีต่อผู้ประสบภัย มีความตั้งใจอยากจะช่วยให้ผู้คนพ้นทุกข์ แล้วก็จากไป

“จนถึงวันนี้…ก็ยังคงมีอาสาสมัคร เป็นพลังจิตอาสาที่ทำงานในพื้นที่ประสบภัยอยู่อย่างต่อเนื่อง” มาซาฮารุ นาคากาวะ สำนักงานกรรมการความช่วยเหลือฟื้นฟูหายนภัยอิชิโนมากิ (IDRAC) กล่าวหลังจากภัยแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มญี่ปุ่นไปเกินครึ่งปีแล้ว
กรรมการความช่วยเหลือฟื้นฟูหายนภัยอิชิโนมากิ หรือเรียก

สั้นๆว่า ไอดีอาร์เอซี นี้เป็นเครือข่ายประสานงานองค์การพัฒนาเอกชน และองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่เข้ามาทำงานอาสาสมัครในพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากเห็นว่า…

ความช่วยเหลือที่หลั่งไหลลงไปในพื้นที่นั้น หลายครั้งพบว่าเป็นการลงไปอย่างไร้การจัดการ บางพื้นที่ได้รับความช่วยเหลือมาก บางแหล่งแทบไม่มีใครเหลียวแล ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆกันไป จึงต้องมีการประสานงาน บริหารจัดการ และคนทำงานควรรับทราบว่าใครทำอะไรอยู่ เพื่อจะได้ไม่ทำซ้ำซ้อน หรืออีกแง่หนึ่งอาจหมายถึงการ ประสานระหว่างโครงการกันได้ด้วย

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่ประสบกับภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง โดยเฉพาะแผ่นดินไหว และด้วยประสบการณ์ที่ต้องเผชิญภัยมีอยู่มากนั่นเอง จึงมีการจัดระบบความช่วยเหลือ โดยมีหน่วยงานหนึ่งเป็นเวทีกลาง เป็นคณะกรรมการประสานงานหลายฝ่ายขึ้น

Posted in คืนความสุข | Tagged , | Comments Off

การให้ที่มีความสุข

น้ำท่วม แผนดินไหว ไฟป่า พายุ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นล้วนแล้วแต่เป็นภัยธรรมชาติทั้งสิ้น  และเมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทยเราก็ได้เกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อคนทั้งชาติคือ น้ำท่วมที่ส่งผลด้านความเสียหายมากมาย  หากเกิดความเสียหายขึ้นแน่นอนว่าก็ต้องมีการช่วยเหลือจากหลากหลายหน่วยงานและอีกหนึ่งส่วนของการช่วยเหลือก็เกิดจากจิตรอาสาของประชาชนทั่วไปเมื่อมีจำนวนมากขึ้นจึงได้เกิดการรวมตัวกันเป็น “องค์กรช่วยเหลือภัยพิบัติโดยไม่หวังผลกำไร” ได้เกิดขึ้น

723366

 

หากเรามาดูกันภายในประเทศไทยแล้วเราก็จะพบเห็นได้อย่างมากมายแต่ “องค์กรช่วยเหลือภัยพิบัติโดยไม่หวังผลกำไร” ในประเทศไทยจะมิได้อยู่ในรูปแบบของหน่วยงานแต่จะมาอยู่รูปแบบขององค์กรหรือบริษัทต่างๆ เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณ , บริษัท ป่าใหญ่ครีเอชั่น จำกัด , บริษัท ร่วมทุนชนบท จำกัด , บริษัท โอเพ่นดรีม จำกัด ฯลฯ เป็นต้น  ซึ่งถ้าเราสังเกตดีๆเราจะสามารถเห็นได้ว่าเมื่อไรที่เกิดภัยพิบัติในประเทศไทยและเหตุการณ์เริ่มที่จะทรงตัวเราก็จะเห็นได้ว่าจะเริ่มมีองค์กรของภาคเอกชนออกมาให้ความช่วยเหลือทั้งในทางด้านทุนทรัพย์และด้านแรงกาย  และถ้าเรามองไปถึงด้านองค์กรที่เป็นสากลก็จะนึกถึงองค์การยูนิเซฟที่ทำงานด้านต่างแทบทุกด้านรวมไปถึงช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ  ซึ่งองค์กรเหล่านี้จะทำไปด้วยจิตรใจที่ศรัทธาไม่ได้คิดหวังถึงผลกำไรที่จะได้แต่เงินทุนที่นำมาใช้จ่ายนี้ก็จะได้มาจากการรับบริจาคในช่องทางต่างๆ  จึงอาจเรียกได้ว่าคนที่เลือกมาทำงานช่วยเหลือสังคมตรงนี้เป็นผู้ที่เสียสละ  จึงเป็นการได้บุญอย่างหนึ่งเช่นกัน

tnews_1392325008_8031

สำหรับบุคคลที่มีจิตอาสาที่ช่วงองค์กรช่วยเหลือภัยพิบัติโดยไม่หวังผลตอนแทนนั้นถือได้ว่าเป็นผู้ที่เสียสละอย่างมากเพราะบุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการปฏิบัติงานด้านสังคม  รายได้ของพวกเขาเหล่านี้ก็มีเพียงแต่งานประจำที่ทำทุกวันเพียงเท่านั้น  และในบางครั้งก็อาจจะต้องออกค่าเดินทางไปเองเพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยเอง  เราจึงควรที่จะช่วยเหลือในสิ่งที่เราควรช่วยได้ เช่น การบริจาค หรือช่วยในสิ่งที่เราช่วยได้นะครับ

 

 

 

 

 

Posted in คืนความสุข | Tagged , , , | Comments Off